PLA26

แคนา

อัพเดพล่าสุด:
25 ม.ค. 2568
271

รายละเอียดข้อมูล

ชื่อพื้นเมือง: แคนา
ชื่อวิทยาศาสตร์: Dolichandrone serrulata (DC.) Seem.
ชื่อวงศ์: วงศ์แคหางค่าง (วงศ์ไม้ปีบ)
ชื่อสามัญ: D.longissima Schum
ชื่ออื่น: แคป่า แคขาว แคเค็ตถวา(เชียงใหม่), แคทราย(นครราชสีมา), แคแน แคฝอย (ภาคเหนือ), แคภูฮ่อ (ลำปาง), แคยอดดำ (สุราษฎร์ธานี), แคยาว แคอาว (ปราจีนบุรี)
ประเภท: ไม้ยืนต้น
รายละเอียดทั่วไป: ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงได้ถึง 10-20 เมตร ผลัดใบ เปลือกลำต้นสีน้ำตาลอ่อนอมเทา อาจมีจุดดำประ ผิวเรียบ หรือล่อนเป็นเกล็ดขนาดเล็ก ลำต้นเปลาตรง มักแตกกิ่งต่ำ
ใบ: ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ปลายคี่ ออกตรงข้าม 3-5 คู่ รูปไข่แกมขอบขนาน ปลายแหลม โคนใบเบี้ยว กว้าง 2.5-7 เซนติเมตร ยาว 6-16 เซนติเมตร ขอบใบหยักแบบซี่ฟันตื้นๆ ผิวใบด้านล่างมีขนสั้นประปรายบนก้านใบ ก้านใบย่อยยาว 7-10 มิลลิเมตร
ดอก: ดอกเดี่ยว แต่จะออกกระจุกตัวบริเวณปลายกิ่ง 1-8 ดอก ทำให้มองดูคล้ายออกเป็นช่อ ดอกมีลักษณะเป็นรูปกรวยหรือรูปแตรยาว 12-17 เซนติเมตร ประกอบด้วยก้านดอกยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ถัดมาเป็นกลีบเลี้ยงสีเขียวหุ้มกลีบดอกไว้ ดอกตูมมีสีเขียว ลักษณะอวบอูมตรงกลาง ส่วนปลายเป็นติ่งแหลม เมื่อดอกเริ่มบาน กลีบเลี้ยงจะคลี่ออกทำให้กลีบดอกขยายออกมาก มีโคนกลีบดอกเป็นกรวยยาว ซึ่งในระยะแรกของการบาน กลีบดอกจะยังมีสีเขียวอมขาว และเมื่อดอกบานเต็มที่ ปลายดอกจะแผ่โค้งออก และคว่ำลงด้านล่าง ขอบดอกจะมีรอยหยักเป็นฟันเลื่อย ดอกในระยะนี้จะมีสีขาว ภายในกรวยดอกประกอบด้วยเกสรตัวผู้ ที่มีลักษณะยาว 4 อัน ประกอบด้วยเกสรตัวผู้ที่มีขนาดสั้น 2 อัน และยาว 2 อัน และถัดมาด้านในมีเกสรตัวเมียอยู่ 1 อัน
ผล: ผลเป็นฝัก ออกฝักช่อละประมาณ 3-4 ฝัก ลักษณะของฝักแบนเป็นรูปขอบขนาน ฝักโค้งและบิดเป็นเกลียว ฝักมีความยาวประมาณ 40-60 เซนติเมตร ส่วนเมล็ดเป็นรูปสีเหลี่ยม ยาวประมาณ 2.2-2.8 เซนติเมตร รวมปีกบางใส
ช่วงเวลาการมีดอกและผล: มีนาคม-มิถุนายน
คุณประโยชน์: รากแก้เสมหะและลม บำรุงโลหิต เปลือกต้นแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ใช้กับสตรีหลังคลอด ใบตำพอกแผล ดอกใช้ขับเสมหะ โลหิต และลม ขับผายลม เมล็ดแก้อาการปวดประสาท แก้โรคชัก
พื้นที่: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์